สบส. ร่วมกรมอนามัย ลงสอบคลินิก ย่านประเวศ เคลียร์ปม สาวติดเชื้อจากการตกแต่งไรผม

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) ร่วมกรมอนามัย ส่งพนักงานเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบคลินิกเสริมความงาม ย่านประเวศ เคลียร์ปมสาวร้อง ติดเชื้อจากการทำศัลยกรรมตกแต่งไรผม จนเสียโฉม ผมร่วง ไปทำงานไม่ได้

ทันตแพทย์อาคม​ ประดิษฐสุวรรณ​ รองอธิบดีกรม สบส. ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณี ที่กรม สบส. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหญิงสาวรายหนึ่งว่าเกิดแผลติดเชื้อภายหลังการทำศัลยกรรมตกแต่งไรผม และผ่าตัดบริเวณหน้าผากกับคลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่งได้มีการผ่าตัดแก้ไขหลายครั้งแต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น นั้น เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา ตนจึงสั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของกองกฎหมาย และกองสถานพยาบาล​และการประกอบโรคศิลปะ ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมอนามัย ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ คลินิกดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในซอยรามคำแหง 2 เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร โดยจากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าคลินิกดังกล่าว มีการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และแพทย์ผู้ให้บริการก็เป็นแพทย์จริงที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกต้อง ซึ่งในขณะที่พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ เข้าตรวจสอบแพทย์ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล​ และแพทย์ผู้ให้การรักษาเป็นผู้นำการตรวจสอบมาตรฐานของคลินิก และ​ให้ถ้อยคำแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ ในเบื้องต้นว่าผู้ร้องเข้ารับบริการหัตถการลดขนาดหน้าผาก​พร้อมเลื่อนไรผม ที่คลินิกดังกล่าวจริง​ เมื่อวันที่​ 14​ กุมภาพันธ์​ 2568​ โดย​หลังผ่าตัดได้แนะนำวิธีการดูแล และนัดตรวจติดตามหลังผ่าตัด​ แต่ผู้ร้องมิได้มาติดตามอาการตามนัดหมาย​ ซึ่งทางคลินิกยืนยันว่ายินดีจะให้การดูแลรักษาผู้ป่วยให้หายเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลการรักษาพยาบาลเสนอแพทยสภา​วินิจฉัยว่าการให้บริการของคลินิกเป็นไปตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพหรือไม่​ ต่อไป

ทันตแพทย์อาคมฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า  ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ ร่างกายของผู้รับบริการ สถานพยาบาลทุกแห่งจะต้องรักษาคุณภาพมาตรฐานให้ครบทั้ง 5 ด้าน ตามที่พระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 กำหนด ประกอบด้วย 1.ด้านสถานที่ ต้องสะอาด เรียบร้อย มีความมั่นคง 2.ด้านผู้ให้บริการ จะต้องมีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้องตามกฎหมาย 3.ด้านการบริการ ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 4.ด้านยา และเวชภัณฑ์ ที่นำมาให้บริการจะต้องขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และ5.ด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย จะต้องมีอุปกรณ์ช่วยชีวิต และจัดเจ้าหน้าที่ให้เหมาะสมกับการดูแลผู้ป่วยตลอดเวลา หากผู้รับบริการท่านใดตรวจพบ หรือมีเบาะแสการดำเนินการที่ไม่ได้มาตรฐานของสถานพยาบาลเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ก็สามารถแจ้งได้ที่กรม สบส. ทางหมายเลขจโทรศัพท์ 02 193 7000 ในวันและเวลาราชการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป