เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายเค พี ศรรมะ โอลี (Rt. Hon. Mr. K. P. Sharma Oli) นายกรัฐมนตรีเนปาล ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามและการแลกเปลี่ยนความตกลงร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน จำนวน 8 ฉบับ ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) ทำเนียบรัฐบาล
ในการนี้ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ ดร. อาร์ซู ราณา เทอุวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเนปาล ได้ลงนามบันทึกความตกลงทางวัฒนธรรม ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งเนปาล เพื่อเสริมสร้างและพัฒนาความร่วมมือในด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างไทยและเนปาล บนพื้นฐานของการต่างตอบแทนและผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพื่อเป็นพื้นฐานที่เข้มแข็งในการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยและเนปาลต่อไปในอนาคต โดยฝ่ายไทยและฝ่ายเนปาลได้เห็นชอบร่างความตกลงฯ ที่ได้จัดทำร่วมกันแล้ว โดยมีกรอบระยะเวลา 5 ปี และเป็นร่างความตกลงทางวัฒนธรรมฉบับแรกระหว่างไทยและเนปาล โดยมีสาระสำคัญ เพื่อมุ่งเน้นการดำเนินกิจกรรมความร่วมมือระหว่างกันในสาขาต่างๆ โดยเน้นกิจกรรมการแลกเปลี่ยนวิชาการ การแลกเปลี่ยนการเยือนของบุคลากร การร่วมพัฒนาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ในด้านศิลปะและวัฒนธรรมระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างมิตรภาพและเพิ่มพูนความรู้ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ทั้งนี้ สำหรับ พิธีลงนามและการแลกเปลี่ยนความตกลงร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน 8 ฉบับ ดังนี้
1.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวไทย – เนปาล 2.ความตกลงทางวัฒนธรรม ไทย – เนปาล 3.บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าเนปาล (Nepal Chamber of Commerce) 4.บันทึกความเข้าใจระหว่างคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กับสถาบัน Nepal Netra Jyoti Sangh (NNJS) 5.บันทึกความเข้าใจระหว่างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์กับบริษัท Jantra Agro and Forestry 6.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสยามกับมหาวิทยาลัยกาฐมาณฑุ 7.บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับสหพันธ์หอการค้าและ อุตสาหกรรมแห่งเนปาล (Federation of Nepalese Chambers of Commerce & Industry: FNCCI) และ8.บันทึกความเข้าใจระหว่างสภาอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งเนปาล (Confederation of Nepali Industries: CNI)