“เดชอิศม์” หนุนใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ ยกระดับงานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทยสู่มาตรฐานสากล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเวทีวิชาการงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์แผนไทยฯ หนุนยกระดับงานวิจัยสมุนไพรไทยสู่มาตรฐานสากล ทั้งจัดทำแผนวิจัยระดับชาติ จัดทำการวิจัยทางคลินิก ร่วมกับราชวิทยาลัยทางการแพทย์ และใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพการวิจัยให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กทม. นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดงานสัมมนาวิชาการ “งานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพร และการแพทย์ทางเลือก เพื่อมุ่งสู่สากล” โดยมี นพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) คณะผู้บริหาร นักวิจัย ผู้ทรงคุณวุฒิ และบุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ เข้าร่วม

นายเดชอิศม์ กล่าวว่า สมุนไพรไทยและการแพทย์ทางเลือกเป็นทรัพยากรและภูมิปัญญาที่ทรงคุณค่า สามารถใช้เป็นทางเลือกในการรักษา ช่วยสร้างความมั่นคงทางยา ลดการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ และยังช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ การนำยาสมุนไพรมาใช้ทดแทนยาแผนปัจจุบันจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนให้เกิดความรู้ความเข้าใจทั้งในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่ายาสมุนไพรสามารถใช้ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ กระทรวงสาธารณสุขจึงร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) จัดทำแผนวิจัยระดับชาติที่ครอบคลุมการแพทย์แผนไทย สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก และร่วมมือกับ สวรส. ในด้านการวิจัยทางคลินิก รวมถึงประสานกับราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย เพื่อพัฒนาการใช้สมุนไพรในการรักษาโรคเกี่ยวกับกระดูกและข้ออย่างมีมาตรฐาน พร้อมทั้งยกระดับงานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย ด้วยการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในงานวิจัยทางคลินิก เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวิจัยให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและรวดเร็วมากขึ้นด้วย

ด้าน นพ.ศักดา กล่าวว่า การจัดงานสัมมนาวิชาการฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก ให้สอดคล้องกับนโยบายของประเทศ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในระบบบริการสุขภาพได้อย่างแท้จริง ตลอดจนพัฒนาศักยภาพเครือข่ายนักวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือก ให้มีความเข้มแข็ง มีงานวิจัยและนวัตกรรมที่สามารถใช้เป็นทางเลือกให้กับผู้ป่วยในการรักษา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางยา และลดการนำเข้าวัตถุดิบและยาจากต่างประเทศ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย คณะผู้บริหาร ที่ปรึกษา บุคลากรกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อาจารย์มหาวิทยาลัยหรือบุคลากรในสถาบันการศึกษาคณะแพทย์แผนไทย/แพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ และเครือข่ายนักวิจัยในระบบสุขภาพ รวม 350 คน

ด้าน นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ในวันนี้ ยังได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจในการส่งเสริมสมุนไพรไทยและการแพทย์แผนไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม ระหว่างกรมการแพทย์แผนไทยฯ กับ สกสว. และลงนามความร่วมมือกับ สวรส. ในด้านการวิจัยทางคลินิก รวมทั้งการออกบูธนิทรรศการผลงานวิชาการและนวัตกรรมของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ การลงทะเบียนเข้าใช้ “คลังข้อมูลงานวิจัยด้านการแพทย์แผนไทย สมุนไพร และการแพทย์ทางเลือก” (https://rdtam.dtam.moph.go.th/) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักวิจัย บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไปในการสืบค้นและนำไปใช้ประโยชน์, “Panthai AI Doctor” แพลตฟอร์มหมอแผนไทยอัจฉริยะที่สามารถตรวจวินิจฉัยโรค ตอบคำถามสุขภาพและให้ข้อมูลด้านการแพทย์แผนไทย, นวัตกรรมกายาฤาษี kiosk การออกกำลังกายด้วยท่าฤาษีดัดตน ใช้ sensor เพื่อประมวลท่าทางการออกกำลังกาย เป็นต้น

ทั้งนี้ องค์การเภสัชกรรม (GPO) ได้เปิดรับสมัครโครงการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรม เพื่อให้ทุนสนับสนุน ครอบคลุมการวิจัยด้านยา วัคซีน อุปกรณ์ทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ต่อยอดเชิงพาณิชย์ โดยผู้สนใจสามารถส่งแบบเสนอโครงการและสมัครขอรับทุนได้ โดยต้องเป็นหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย หรือองค์กรที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ gpofund@gpo.or.th หรือโทร 02-203-8112