ป.ป.ส. ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เร่งเดินหน้าพิจารณาคดีต่อเนื่อง ขับเคลื่อนนโยบายยึดทรัพย์ตัดวงจรการเงิน เพื่อให้แก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) จัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน เพื่อเร่งรัดพิจารณาวินิจฉัยคดี ครั้งที่ 18/2563 ขึ้นเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธาน นายนิยม เติมศรีสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ

พร้อมด้วยกรรมการผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน กรมบังคับคดี กรมศุลกากร กรมสรรพากร ธนาคารแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบทรัพย์สินคดียาเสพติด เข้าร่วมประชุม ณ สำนักงาน ป.ป.ส.

เลขาธิการ ป.ป.ส. เปิดเผยว่า การประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาสำนวนคดีตรวจสอบทรัพย์สิน จำนวน 46 คดี มูลค่าทรัพย์สินรวม 30,337,000 บาท โดยตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2563 จนถึงปัจจุบัน (ตุลาคม 2562 – 3 สิงหาคม 2563) ที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินได้พิจารณาคดีและมีมติเห็นชอบให้ยึดหรืออายัดทรัพย์รวม 1,535 คดี มีทรัพย์สินคิดเป็นมูลค่า 853,083,000 ล้านบาท

นายนิยม กล่าวอีกว่า การตรวจสอบและยึดทรัพย์สินของผู้ค้ายาเสพติดถือเป็นกระบวนการหนึ่งในการแก้ไขปัญหายาเสพติด มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำลายฐานการค้ายาเสพติด และเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ริบทรัพย์ที่ยึดหรืออายัดไว้ในคดียาเสพติดให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

โดยทรัพย์สินจะถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเพื่อแบ่งเบาภาระงบประมาณของแผ่นดิน รวมถึงนำไปสนับสนุนช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่อีกด้วย

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวตอนท้ายว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นนโยบายเร่งด่วน โดยเน้นย้ำให้มีการบูรณาการร่วมกันในการดำเนินงานขยายผลจับกุม เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์สินยาเสพติด เพื่อให้สามารถตัดวงจรการค้ายาเสพติดได้อย่างเป็นรูปธรรม

และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ได้กำหนดนโยบาย 10X Rule หรือการให้บูรณาการร่วมกันเพื่อขยายผลจับกุม เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินให้ได้เพิ่มขึ้น 10 เท่า

ดังนั้น สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องจะร่วมมือกันในทุกมิติ เพื่อเร่งดำเนินการขยายผลยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด และตัดวงจรการค้ายาเสพติดให้ได้ตามเป้าหมาย ทั้งนี้ ประชาชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหายาเสพติดได้ โดยหากพบผู้ที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

…………………………………………….