วันที่ 1 ส.ค. 63 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีปิดโครงการพัฒนาสมรรถนะบุคลากร เพื่อการปฏิบัติงานด้านนโยบายสังคมของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติงานด้านนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของกระทรวง พม. เพื่อนำไปสู่การผลักดันนโยบาย มาตรการ นวัตกรรมและมาตรฐานสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมายที่ดียิ่งขึ้น
นายปรเมธี กล่าวว่า การพัฒนาบุคลากรถือเป็นภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมทั้งด้านทัศนคติ องค์ความรู้ และสมรรถนะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานให้สอดรับกับการปรับเปลี่ยนบทบาทภารกิจของกระทรวง พม. และสถานการณ์ทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
รวมทั้งกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายและซับซ้อน อาทิ การคาดการแนวโน้มสถานการณ์ทางสังคม การสร้างนวัตกรรมทางสังคมที่ตรงตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย
ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกองพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคม (กพน.) จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาสมรรถนะเพื่อการปฏิบัติงานด้านนโยบายสังคมของกระทรวง พม. ให้กับบุคลากรในสังกัด กระทรวง พม. เพื่อเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนการพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของกระทรวง พม.
โดยมีการฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ในด้านการรู้จักตนเองและการทำงานเป็นทีม (Self and Team) โดยใช้คนเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม (Human-centric Innovation) และการบริหารจัดการงานนวัตกรรม (Innovation Management) เพื่อการปฏิบัติงานด้านการพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคม ประกอบด้วย
1) Growth mindset กับการพัฒนานวัตกรรม
2) การออกแบบนโยบายผ่านห้องปฏิบัติการนโยบาย (Policy Lab)
3) การคิดเชิงออกแบบเพื่อการพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคม (Design Thinking for Social Policy Innovation)
4) การคาดการณ์และการสร้างภาพเหตุการณ์จำลองอนาคต (How to define Foresight Framework and Scenarios)
5) PFM and Budget : Case of Public Finance and Strategic Planning Based on RBM และ
6) แนวทางในการพัฒนาระบบการคุ้มครองทางสังคม เพื่อลดความยากจนและความเหลื่อมล้ำ เพื่อพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในการปฏิบัติงานด้านนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของกระทรวง พม.
นายปรเมธี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ กระทรวง พม. จะเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ขับเคลื่อนและผลักดันนโยบายด้านสังคมมากขึ้น โดยการนำหลักสูตรองค์ความรู้ที่ทันสมัยและเหมาะสมกับบริบททางสังคมในปัจจุบันและอนาคตให้แก่ผู้ปฏิบัติงาน และบทบาทภารกิจของกระทรวง พม. ในเชิงปฏิบัติจะลดลง เพื่อเน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นมากขึ้น เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรภาคเอกชน และภาคประชาสังคม
รวมทั้งต้องมีการสื่อสารจากส่วนกลางไปสู่ระดับภูมิภาคมากขึ้น เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติงานในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ หวังว่า ผู้เข้าร่วมโครงการจะเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันนโยบาย มาตรการ นวัตกรรมและมาตรฐานที่นำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเป้าหมาย การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างสังคม การกำหนดทิศทางการพัฒนาสังคมของประเทศและระดับภูมิภาค และการประสานหน่วยงานภายนอกทั้งในและนอกประเทศ เพื่อเป็นหุ้นส่วนการพัฒนาสังคม เพื่อสังคมที่ดีและมีคุณภาพ
……………………………………….